Homeเปิดประตูสู่ไนจีเรียเศรษฐกิจการค้า

เศรษฐกิจการค้าของไนจีเรีย


สภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไป


ไนจีเรีย เป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการค้าน้ำมัน แต่การค้าน้ำมันของประเทศได้รับผลกระทบเป็นเวลานานจากความไร้เสถียรภาพทาง การเมือง การฉ้อราษฎร์บังหลวง และระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งประเทศยังอยู่ในช่วงของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจภายใต้การบริหารงานของ รัฐบาลชุดใหม่ ผู้นำรัฐบาลทหารชุดก่อน ๆ ประสบความล้มเหลวในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจจากการที่ต้องพึ่งพาแต่ภาคน้ำมัน ซึ่งเน้นการใช้เงินทุนเป็นสำคัญ โดยคิดเป็นร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ร้อยละ 95 ของรายได้จากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและประมาณร้อยละ 65 ของรายได้ทางด้านงบประมาณ ในขณะที่ภาคการเกษตรเติบโตไม่ทันกับจำนวนประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ไนจีเรียซึ่งเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ต้องกลายเป็นประเทศผู้ นำเข้าอาหาร ด้วยเหตุนี้ ไนจีเรียจึงจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ในเดือนสิงหาคม 2543 อีกทั้งได้รับการปรับโครงสร้างหนี้จากกลุ่ม Paris Club และได้รับเงินกู้จำนวน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และเมื่อเดือนธันวาคม 2548 กลุ่ม Paris Club ได้ยกหนี้สินจำนวนประมาณ 30 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากยอดหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของไนจีเรียเป็นมูลค่า 36 พันล้านเหรีญสหรัฐด้วย

ทั้งนี้ ไนจีเรียได้เริ่มปฏิรูประบบเศรษฐกิจใหม่ภายหลังจากประธานาธิบดี Obasanjo ได้รับการเลือกตั้งในปี 2542 ภายใต้แผน National Economic Empowerment and Development Strategy (NEEDS) ซึ่งเน้น
(1) การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เช่นกิจการโทรคมนาคม โรงกลั่นน้ำมันดิบ ธนาคาร โรงงาน ปิโตรเคมี และโรงแรม เป็นต้น
(2) สร้างแหล่งรายได้อื่นนอกจากน้ำมัน โดยเฉพาะการเกษตร เกษตรแปรรูปอุตสาหกรรม และบริการ
(3) ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยได้ยกเลิกข้อจำกัดในเร่องการถือหุ้นของชาวต่างชาติในบริษัทที่จดทะเบียน ในไนจีเรีย ยกเว้นบริษัทที่ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ การผลิตยาเสพติดและยาหลอนประสาท ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถโอนเงินปันผล หรือส่วนแบ่งกำไร การชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยที่กู้ยืมจากต่างประเทศ การโอนเงินและผลตอบแทนที่ได้จากการจำหน่ายหรือเลิกกิจการได้ ผ่านตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
(4) มุ่งสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกับ ECOWAS ซึ่งมีข้อตกลงด้านอัตราภาษี (the Common External Tariff: CET) จำแนกพิกัดอัตราภาษีศุลกากรเป็น 5 ระดับ คือ 0, 5, 10, 20, 50 มีผลบังคับใช้เดือนตุลาคม 2548 อย่างไรก็ดี จากการที่ไนจีเรียต้องการปกป้องอุตสาหกรรมภายในเพื่อทดแทนการนำเข้าจึงได้นำ นโยบายอัตราภาษีศุลกากร ร้อยละ 50 ชั่วคราว และการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าบางรายการออกมาใช้ โดยจะมีการทบทวนนโยบายอัตราภาษีร้อยละ 50 อีกครั้งก่อนสิ้นปี 2550

โครงสร้างทางเศรษฐกิจของไนจีเรียในปัจจุบัน ปรากฏดังนี้
(1) ภาคเหมืองแร่ ซึ่งรวมถึงน้ำมัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45 ของโครงสร้างการผลิตทั้งหมด แต่มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 95 ของการส่งออก สร้างรายได้ให้ประเทศเท่ากับร้อยละ 20 ของ GDP และก่อให้เกิดการจ้างงานเพียงร้อยละ 5 ของการจ้างงานทั้งหมด
(2) ภาคการเกษตร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26 ของโครงสร้างการผลิตทั้งหมด ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่าร้อยละ 70 ของการจ้างงานทั้งหมด
(3) ภาคบริการ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24 และส่วนใหญ่ดำเนินการโดยรัฐ
(4) ภาคอุตสาหกรรม เช่น ซีเมนต์ หนังสือพิมพ์ ประกอบรถยนต์ แปรรูปสินค้าเกษตรคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5 และจ้างงานร้อยละ 7 ของการจ้างงานทั้งหมด และส่วนใหญ่ยังควบคุมโดยรัฐ ทั้งนี้ ไนจีเรียนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมร้อยละ 53 เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งร้อยละ 17 เคมีภัณฑ์ ร้อยละ 15 และอาหารร้อยละ 12

 

เรียบเรียงโดย กองแอฟริกา กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

http://www.thaiafrica.net



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
 

  

 

 

 

 

หน้าแรก

สถานเอกอัครราชทูต

ข่าว

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ

บริการคนไทย

เปิดประตูสู่ไนจีเรีย

ไนจีเรียบนเวทีโลก

เชื่อมโยงเว็บไซด์

ติดต่อ

ติดต่อสถานทูต

Royal Thai Embassy
24 Tennesse Crescent,
Off Panama Street,
Maitama,
Abjua, Nigeria

Working hrs:
8.30 AM -16.30 PM.

Visa working hrs:
Submit application

Mon-Fri 9.00-12.00
Collection of Visa
Mon-Fri 14.00-15.00

Email:thaiabj@mfa.go.th
or ditpabuja@gmail.com
Consular Section Tel.
(+234)  706 308 0403
(234) 7067 4558 

Chancery Tel.
(+234)  706 308 0501

สายด่วนสำหรับคนไทย
โทร: 234 81 38980892

 วันหยุดของสถานเอกอัครราชทูต

 

บริการประชาชน

 

ไนจีเรียบนเวทีโลก