Homeศูนย์ข้อมูลธุรกิจข้อมูลการค้าการลงทุนผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน 21 ม.ค.56

ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน 21 ม.ค.56

คณะกรรมการนโยบายการเงินซึ่งมีนาย Sanusi Lamido Sanusi ผู้ว่าการธนาคารกลางไนจีเรียเป็นประธานได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2556 เพื่อทบทวนสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศในปี 2555 และพิจารณาความท้าทายที่เกิดขึ้นจากสภาวะการเงินและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดนโยบายการเงินในปี 2556 โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม 10 จาก 12 คน และมีผลการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

 


สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินของไนจีเรีย


    1. สำนักงานสถิติแห่งชาติของไนจีเรียคาดว่า อัตราการเติบโต GDP ในปี 2555 อยู่ที่ร้อยละ 6.61 ลดลงจากร้อยละ 7.5 ในปี 2554  ภาคเศรษฐกิจที่มิใช่อุตสาหกรรมน้ำมันเติบโตที่ร้อยละ 8.23 เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อเปรียบเทียบกับภาคอุตสาหกรรมน้ำมันที่มีอัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 0.17 สืบเนื่อง มาจากการที่รัฐสภายังไม่พิจารณาผ่านพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมปิโตรเคมี (Petroleum Industry Bill) ที่รัฐบาลเสนอตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555
    2. การขยายตัวด้านการขายส่งและขายปลีก ภาคบริการ ผลของการปฏิรูปภาคธนาคาร และโครงการต่างๆ ของรัฐบาลเป็นสิ่งที่กระตุ้นเศรษฐกิจของไนจีเรีย และยังมีความเป็นไปได้สูงที่ไนจีเรียจะเพิ่มการส่งออกน้ำมันในปี 2556  นอกจากนี้ ความพยายามของรัฐบาลในการเพิ่มกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า และความคืบหน้าในการปฏิรูปภาคไฟฟ้าส่งผลดีกับภาคการผลิตของประเทศด้วย
    3. น้ำท่วมใหญ่ในปี 2555 ซึ่งทำลายบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตรและสร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ขุดเจาะน้ำมัน ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไนจีเรีย และมีผลกระทบอย่างมากต่อปริมาณการผลิตอาหารและอัตราเงินเฟ้อในระยะสั้น
    4. อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยในปี 2555 เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อต่อปี (year-on-year inflation) อยู่ที่ร้อยละ 12.24 แต่อัตราเงินเฟ้อหลัก (core inflation) และอัตราเงินเฟ้ออาหารอยู่ที่ร้อยละ 13.87 และ 11.32 ซึ่งเห็นได้จากค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าคมนาคมขนส่ง ที่ผลักให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น
    5. เศรษฐกิจภายในของไนจีเรียอาจจะสะดุดอย่างหนักได้ หากความต้องการนำเข้าน้ำมันจากไนจีเรียในปี 2556 ลดลงอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันและรายได้ของรัฐบาล
    6. ไนจีเรียยังจำเป็นที่ต้องลดรายจ่ายประจำและเพิ่มรายจ่ายลงทุน เพื่อพัฒนาและขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
    7. คณะกรรมการฯ พิจารณาแนวทาง 3 ประการ ได้แก่ การเพิ่ม การลด และการคงไว้ซึ่งอัตราเงินกู้ พร้อมเหตุผล และลงคะแนนเสียง 8 ต่อ 2 ที่จะยังคงอัตราเงินกู้ที่ร้อยละ 12


    การที่คณะกรรมการนโยบายการเงินคงอัตราเงินกู้ที่ร้อยละ 12 ติดต่อกัน 8 ครั้งที่จัดประชุม เป็นระยะเวลากว่า 1 ปี เป็นที่ถกเถียงกันมากในหมู่นักธุรกิจและนักวิเคราะห์เศรษฐกิจของไนจีเรีย โดยนาย Muda Yusuf เลขาธิการของหอการค้าและอุตสาหกรรมลากอสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่า ไม่เป็นผลดีกับสถานการณ์การค้าภายในประเทศ ทำให้การค้าขายลดน้อยลง อุปสงค์ของผู้บริโภคอ่อนลง ผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมมีสินค้าเหลือในสต็อกจำนวนมาก ภาวะเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่คล่องตัว และขาดเงินสดหมุนเวียน รวมทั้งอัตราเงินกู้ที่สูงส่งผลให้บริษัทไนจีเรียไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ ผู้ประกอบการรายย่อยอาจจะต้องปิดกิจการ เพราะไม่สามารถเข้าถึงเครดิตได้ และบริษัทธุรกิจจะไม่สามารถสร้างงานใหม่ได้ ดังนั้น หอการค้าและอุตสากรรมลากอสจึงประสงค์ให้ธนาคารกลางของไนจีเรียลดความเข้มงวดทางนโยบายการเงิน ลดอัตราเงินกู้ของสถาบันการเงินให้ไม่เกินร้อยละ 9  เปิดโอกาสให้ธนาคารผ่อนปรนเพิ่มเครดิตแก่นักธุรกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาการติดขัดในระบบและโครงสร้างของเศรษฐกิจ


        อนึ่ง นาย Sanusi ผู้ว่าการธนาคารกลางของไนจีเรียได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Bloomberg ระหว่างการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2556 เกี่ยวกับนโยบายการเงินและอัตราเงินกู้ว่า การที่รัฐบาลจะปรับเปลี่ยนทิศทางทางการเงินและอัตราเงินกู้ในระยะต่อไป จำเป็นต้องดูผลจากนโยบายที่ดำเนินมาก่อน เนื่องจากอัตราเงินกู้ที่สูง (ร้อยละ 12 ในปัจจุบัน จากร้อยละ 6.5 ในปี 2554) ได้สร้างเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ทำให้นักลงทุนเริ่มการค้าขาย “carry trade” เงินสกุลไนร่าอีกครั้ง เพิ่มเงินทุนสำรอง (จาก 32.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปลายปี 2554 เป็น 44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปลายปี 2555) และสร้างความมั่นคงทางการเงินและทางเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้



*******************************



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
 

  

 

 

 

 

หน้าแรก

สถานเอกอัครราชทูต

ข่าว

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ

บริการคนไทย

เปิดประตูสู่ไนจีเรีย

ไนจีเรียบนเวทีโลก

เชื่อมโยงเว็บไซด์

ติดต่อ

ติดต่อสถานทูต

Royal Thai Embassy
24 Tennesse Crescent,
Off Panama Street,
Maitama,
Abjua, Nigeria

Working hrs:
8.30 AM -16.30 PM.

Visa working hrs:
Submit application

Mon-Fri 9.00-12.00
Collection of Visa
Mon-Fri 14.00-15.00

Email:thaiabj@mfa.go.th
or ditpabuja@gmail.com
Consular Section Tel.
(+234)  706 308 0403
(234) 7067 4558 

Chancery Tel.
(+234)  706 308 0501

สายด่วนสำหรับคนไทย
โทร: 234 81 38980892

 วันหยุดของสถานเอกอัครราชทูต