Homeศูนย์ข้อมูลธุรกิจข้อมูลการค้าการลงทุนผลกระทบที่รัฐบาลไนจีเรียลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน

ผลกระทบที่รัฐบาลไนจีเรียลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน

ด้วยรัฐบาลไนจีเรียกำลังดำเนินแผนงาน Subsidy Reinvestment and Empowerment Programme (Sure-P)  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการที่รัฐบาลตัดสินใจถอนเงินอุดหนุนน้ำมัน เมื่อวันที่ 2 ม.ค.55  โดยมีหลักการ เหตุผล และแผนงานในการพัฒนาประเทศและสร้างงานแก่เยาวชนไนจีเรีย      

 
 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลดำเนินการลดเงินอุดหนุนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ได้แก่ Diesel, Petrol และ Kerosene ด้วยเหตุผลความจำเป็นด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิง Diesel (AGO) ทำให้ราคาของเชื้อเพลิง Diesel ปรับตัวสูงขึ้นเท่ากับราคาในตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังคงอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง Petrol  หรือ Premium Motor Spirit (PMS) และเชื้อเพลิงสำหรับใช้หุงต้มในครัวเรือน (Household Kerosene หรือ HHK) เพราะเชื้อเพลิงทั้งสองประเภทนี้มีความสำคัญต่อการการดำรงชีวิต การเดินทาง และการทำธุรกิจของชาวไนจีเรีย ถึงแม้ว่าการใช้เงินงบประมาณของประเทศเพื่อการนี้จะเป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศก็ตาม
       
รัฐบาลไนจีเรียต้องการยกเลิกเงินอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท เนื่องจากเป็นภาระด้านการเงินอย่างหนักต่อรัฐบาล อีกทั้งคนรวยได้รับประโยชน์มากกว่าคนยากจน เพราะมีความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการดำรงชีวิตและทำธุรกิจมากกว่า ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ประสบปัญหาขาดแคลนเงินทุนเพื่อใช้ในการก่อสร้างและพัฒนาสาธารณูปโภคของประเทศ  ปัจจุบัน ระบบการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงขาดประสิทธิภาพ มีการรั่วไหล และเต็มไปด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง
       
การที่รัฐบาลอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงทำให้นักลงทุนและภาคเอกชนไม่สนใจที่จะลงทุนสร้างโรงกลั่นน้ำมัน หรือโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ปุ๋ย และอื่นๆ ที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตและ

กลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง และสามารถก่อให้เกิดการสร้างงานได้อีกนับล้าน ตั้งแต่ปี 2543 รัฐบาลไนจีเรียได้ออกใบอนุญาต 20 ใบให้มีการสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่นอกเหนือจากที่มีอยู่เดิม 4 แห่งในประเทศ แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันใหม่


       
 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนที่จำหน่ายในไนจีเรียถูกกว่าในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เบนิน กานา และเเคเมอรูน ทำให้มีการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากข้ามชายแดน โดยเฉพาะ petrol จากไนจีเรียไปขายในประเทศเหล่านั้น จึงกลายเป็นว่า ไนจีเรียให้การอุดหนุนการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของประชากรในประเทศเพื่อนบ้านไปด้วย
คาดว่า รัฐบาลไนจีเรียมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบปีละ 1.134 trillion ไนร่า (ประมาณการจากราคาน้ำมันที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล)  ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นรายได้ของรัฐบาลกลาง (Federal Government) จำนวน 478.49 พันล้านไนร่า รายได้สำหรับรัฐต่างๆ จำนวน 411.03 พันล้านไนร่า รายได้สำหรับส่วนราชการท้องถิ่นจำนวน 203.23 พันล้านไนร่า รายได้สำหรับการบริหารราชการกรุงอาบูจาและปริมณฑล(Federal Capital Territory หรือ (FCT) จำนวน 9.86 พันล้านไนร่า และใช้เป็นเงินกองทุนด้านธรณีวิทยาและการพัฒนาแหล่งธรรมชาติ จำนวน 31.37 พันล้านไนร่า โดยรัฐบาลกลางจะใช้งบประมาณจากรายได้น้ำมันดิบและการลดอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง เพื่อสร้างถนน สะพาน ทางรถไฟ เขื่อนกักเก็บน้ำ ระบบคมนาคมขนส่ง การพัฒนาด้านการเกษตร สาธารณสุขสำหรับแม่และเด็ก การสร้างทักษะอาชีวศึกษา และอื่นๆ ให้เกิดการสร้างงานแก่เยาวชนและลดความยากจนภายในประเทศ
 

 

ภาพจาก : http://wphr.org/blog/2010/04/12/nigeria-oil-exploitation-and-human-rights-worldwide-example-for-violence-against-civil-rights-leaders-or-inspiration-for-freedom-for-all-indigenous-peoples/



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
 

หน้าแรก

สถานเอกอัครราชทูต

ข่าว

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ

บริการคนไทย

เปิดประตูสู่ไนจีเรีย

เปิดประตูสู่กานา

เชื่อมโยงเว็บไซด์

ติดต่อ

ติดต่อสถานทูต

Royal Thai Embassy
24 Tennesse Crescent,
Off Panama Street,
Maitama,
Abjua, Nigeria

Working hrs:
8.30 AM -16.30 PM.

Visa working hrs:
Submit application

Mon-Fri 9.00-12.00
Collection of Visa
Mon-Fri 14.00-15.00

Email:thaiabj@mfa.go.th
or ditpabuja@gmail.com
Consular Section Tel.
(+234)  706 308 0403
(234) 7067 4558 

Chancery Tel.
(+234)  706 308 0501

สายด่วนสำหรับคนไทย
โทร: 234 81 38980892

 วันหยุดของสถานเอกอัครราชทูต