Homeศูนย์ข้อมูลธุรกิจข้อมูลการค้าการลงทุนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของรัฐบาลไนจีเรีย ประจำปี 2555

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของรัฐบาลไนจีเรีย ประจำปี 2555

ธนาคารกลางของไนจีเรียได้จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤษภาคม 2555 มีผลการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

 

ภาวะเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
 

แม้เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่โดยที่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัญหาภาวะหนี้สินของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะสถาบันการเงินในสหภาพยุโรปยังคงมีปัญหา นอกจากนั้น ยังมีปัญหาการว่างงานในประเทศที่พัฒนาที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีความไม่แน่นอนด้านภูมิศาสตร์การเมืองได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและวิกฤติการเงินของโลก ปัญหาที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาโดยรวม โดยเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง

แนวโน้มการเงิน การค้า และการไหลเข้าของเงินทุนมายังประเทศไนจีเรียจะมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อดุลการค้าและสถานะด้านการคลังและหนี้สินต่างประเทศ (external and fiscal positions)
 

ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ                                                                                       

  1. อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรก คาดว่าจะโตร้อยละ 6.17 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 ซึ่งโตร้อยละ 7.68
  2. การผลิตน้ำมันดิบและการผลิตภาคเกษตรลดลง โดยเฉพาะภาคเกษตรผลผลิตลดลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบ 7 ปี
  3. ภาวะเงินเฟ้อร้อยละ 12.9 ในเดือนเมษายน 2555 มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 14.5 ในเดือนกรกฎาคม 2555  เนื่องจากรัฐบาลจะเพิ่มอัตราค่ากระแสไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 กอปรกับราคาอาหารและเชื้อเพลิงจะปรับตัวสูงขึ้นจากการที่รัฐบาลเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าข้าวและแป้งสาลี และราคาสินค้าในตลาดโลกสูงขึ้น
  4. อัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 12 ในขณะที่ไนจีเรียมีเงินทุนสำรองต่างประเทศ 38.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนพฤษภาคม 2555 เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.63 จากเดือนธันวาคม 2554

     ข้อกังวลของคณะกรรมการฯ
    • รัฐบาลไนจีเรียยังคงพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบ คิดเป็นร้อยละ 80 ของรายได้ของรัฐ และร้อยละ 90 ของรายได้จากการส่งออก โดยไม่มีการลงทุนในภาคเศรษฐกิจอื่น หากเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาชะลอตัวลง ความต้องการนำเข้าน้ำมันลดลง จะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปภาคพลังงาน น้ำมันและก๊าซ เพื่อจูงใจให้บริษัทต่างชาติมาลงทุนและเพิ่มกำลังการผลิต โดยเฉพาะในภาค downstream (โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมัน เช่น พลาสติก ปุ๋ยยาฆ่าแมลง เภสัชภัณฑ์ และก๊าซธรรมชาติ) และ mid stream (การเก็บรวบรวมและแยกก๊าซจากบ่อ และการลำเลียงส่งผ่านท่อ) 
       
    • ผลผลิตรวมทางการเกษตรลดลงที่ร้อยละ 4.15 ต่ำสุดในรอบ 7 ปี เป็นผลมาจากการปัญหาการก่อเหตุรุนแรงในภาคเหนือ (ของกลุ่ม Boko Haram) ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมของประเทศ    ทำให้เกษตรกรต้องย้ายถิ่นฐาน และไม่สามารถขนส่งผลิตผลทางการเกษตรจากภาคเหนือไปยังเมืองต่างๆ ของประเทศได้ และปริมาณฝนไม่เพียงพอ
       
    • ห่วงใยความล่าช้าในการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขาดแคลน การจัดตั้งและดำเนินกรอบความร่วมมือ Public – Private Partnership (PPP)ที่เชื่อถือได้ ซึ่งจะดึงดูดเงินกู้ในการก่อสร้าง และความล่าช้าในการผ่านพรบ.Petroleum Industry Bill (PIB)

 

ขอบพระคุณภาพจาก http://bankinnigeria.com.ng



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
 

หน้าแรก

สถานเอกอัครราชทูต

ข่าว

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ

บริการคนไทย

เปิดประตูสู่ไนจีเรีย

เปิดประตูสู่กานา

เชื่อมโยงเว็บไซด์

ติดต่อ

ติดต่อสถานทูต

Royal Thai Embassy
24 Tennesse Crescent,
Off Panama Street,
Maitama,
Abjua, Nigeria

Working hrs:
8.30 AM -16.30 PM.

Visa working hrs:
Submit application

Mon-Fri 9.00-12.00
Collection of Visa
Mon-Fri 14.00-15.00

Email:thaiabj@mfa.go.th
or ditpabuja@gmail.com
Consular Section Tel.
(+234)  706 308 0403
(234) 7067 4558 

Chancery Tel.
(+234)  706 308 0501

สายด่วนสำหรับคนไทย
โทร: 234 81 38980892

 วันหยุดของสถานเอกอัครราชทูต