Homeศูนย์ข้อมูลธุรกิจข้อมูลการค้าการลงทุนเสถียรภาพความมั่นคงของไนจีเรีย

เสถียรภาพความมั่นคงของไนจีเรีย

นาย Caleb Olubolad รมต.กิจการตำรวจให้ข้อมูลว่า ในปี 2554 กลุ่ม Boko Haram ได้ก่อเหตุวินาศกรรมใน 6 รัฐทางตอนเหนือของประเทศ ได้แก่ รัฐ Bauchi รัฐ  Borno รัฐ Kaduna รัฐ Niger รัฐ Yobe    และรัฐ Plateau และกรุงอาบูจา จำนวน 118 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 308 คน  แต่ตั้งแต่ปี 2552 – 2555 ได้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1200 คน และในปี 2555 การก่อเหตุร้ายได้ขยายวงไปยังรัฐอื่นๆ ทางตอนเหนือ เช่น Adawama, Taraba, Jos และ Kano ด้วย รัฐบาลไนจีเรียได้พยายามที่จะแก้ปัญหานี้ โดยประธานาธิบดี Goodluck Jonathan ได้เรียกร้องให้กลุ่ม Boko Haram แสดงความต้องการออกมา และพร้อมที่จะนั่งเจราจาเพื่อหาทางออกโดยสันติวิธี นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังได้เชิญผู้นำของสมาคม Arewa Consultative Forum (ACF) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำทางการเมืองและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคเหนือมาพบที่สำนักประธานาธิบดี เพื่อขอให้เป็นผู้ประสานหาช่องทางในการไกล่เกลี่ยปัญหากับกลุ่ม Boko Haram เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2555                               

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานความมั่นคงของไนจีเรียก็ได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ อินเดีย และอิสราเอลในการฝึกการป้องกันเหตุร้ายให้แก่บุคลากรไนจีเรีย โดยนาย Johnnie Carson ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านกิจการแอฟริกาซึ่งเดินทางมาเยือนไนจีเรียให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯ ได้เสนอช่วยฝึกทักษะของหน่วยงานความมั่นคงท้องถิ่นในภาคเหนือ โดยเฉพาะในเรื่อง forensic investigation และวิธีการที่จะป้องกันประชาชนจากการก่อการร้าย อย่างไรก็ดี นาย Carson เห็นว่า หนทางที่ดีที่สุดคือรัฐบาลไนจีเรียต้องสร้างความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ สำหรับอินเดียซึ่งลงนามบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือทางการทหาร (MoU on Defence cooperation) กับไนจีเรียเมื่อปี 2550 เสนอแลกเปลี่ยนการฝึกฝนทักษะพิเศษด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ เครื่องมือ และข่าวสารกับไนจีเรีย และประสงค์จะช่วยฟื้นฟู Defence Industries Corporation of Nigeria โดยเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน (PPP)

ขณะนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถทำงานในเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบจากเหตุก่อวินาศกรรมของกลุ่ม Boko Haram ได้ ทำได้เพียงแต่ตั้งรับเท่านั้น เป็นเหตุให้ภาคธุรกิจ ประชาชน และชาวนาจำนวนมากต้องย้ายถิ่นฐานจากภาคเหนือมายังภาคใต้ของไนจีเรีย เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่จะลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภาคเหนือ ซึ่งเป็นรากฐานของปัญหาความมั่นคง (Boko Haram) ความแตกต่างระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของไนจีเรียยิ่งห่างไกลกันมากขึ้น ทั้งในด้านการศึกษา คุณภาพชีวิตและการจ้างงาน ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ให้เห็นว่า รัฐทางภาคใต้มีอัตราการว่างงานต่ำ อาทิ รัฐ Osun (ร้อยละ 3) รัฐ Lagos (ร้อยละ 8.3) เมื่อเปรียบเทียบกับภาคเหนือ เช่น รัฐ Yobe (ร้อยละ 61) รัฐ Zamfara (ร้อยละ 43) และรัฐ Niger (ร้อยละ 39)                        



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
 

หน้าแรก

สถานเอกอัครราชทูต

ข่าว

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ

บริการคนไทย

เปิดประตูสู่ไนจีเรีย

เปิดประตูสู่กานา

เชื่อมโยงเว็บไซด์

ติดต่อ

ติดต่อสถานทูต

Royal Thai Embassy
24 Tennesse Crescent,
Off Panama Street,
Maitama,
Abjua, Nigeria

Working hrs:
8.30 AM -16.30 PM.

Visa working hrs:
Submit application

Mon-Fri 9.00-12.00
Collection of Visa
Mon-Fri 14.00-15.00

Email:thaiabj@mfa.go.th
or ditpabuja@gmail.com
Consular Section Tel.
(+234)  706 308 0403
(234) 7067 4558 

Chancery Tel.
(+234)  706 308 0501

สายด่วนสำหรับคนไทย
โทร: 234 81 38980892

 วันหยุดของสถานเอกอัครราชทูต