Homeศูนย์ข้อมูลธุรกิจข้อมูลการค้าการลงทุนผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลไนจีเรียในรอบ 1 ปี

ผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลไนจีเรียในรอบ 1 ปี

เนื่องในโอกาสที่รัฐบาลไนจีเรียเข้ารับหน้าที่บริหารประเทศครบรอบ 1 ปีในเดือนมิถุนายน 2555 ประธานาธิบดี Goodluck Jonathan ได้กล่าวถึงผลงานการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของไนจีเรียว่า มีแนวโน้มในทางที่ดี โดยในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

 

รัฐบาลสามารถลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำและการขาดเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจของไนจีเรีย โดยให้ความสำคัญด้านการกำหนดนโยบาย แผนงาน และโครงการต่างๆ ภายใต้วาระแห่งชาติ “Transformation Agenda” เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านงบประมาณ สร้างงาน กระตุ้นให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำในการเพิ่มความเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ชาวไนจีเรียมีชีวิตที่ดีขึ้น

ด้านเศรษฐกิจมหภาค ในเดือนพฤษภาคม 2555 ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของไนจีเรียเพิ่มขึ้นเป็น 37.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดในรอบ 21 เดือน  รัฐบาลได้สร้างความมั่นคงและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบการเงิน ลดการขาดดุลการคลังจากร้อยละ 2.9 ในปี 2554 เหลือ ร้อยละ 2.85 ในปี 2555  รวมทั้งลดรายจ่ายประจำ (recurrent expenditures) จากร้อยละ 74 เหลือ ร้อยละ 71 และลดการกู้เงินภายในประเทศจาก 852 พันล้านไนร่าในปี 2554 เหลือ 744 พันล้านไนร่าในปี 2555 นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงอีกกว่า 100 พันล้านไนร่า และเพิ่มรายได้ที่เกิดขึ้นภายในประเทศจาก 200 พันล้านไนร่าเป็น 467 พันล้านไนร่า(อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 155 ไนร่า) นโยบายการค้า
      
เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่รัฐบาลได้สามารถจัดทำนโยบายการค้าซึ่งครอบคลุมการส่งเสริมการค้าและเอื้อต่อการไหลเวียนของเงินลงทุนในหลายมิติ  จากนโยบายดังกล่าว ทำให้มีบริษัทสนใจและแสดงความประสงค์ที่จะลงทุนในภาคธุรกิจของไนจีเรียเป็นมูลค่ากว่า 6.6 trillion ไนร่า (โดยรัฐบาลได้ผ่อนปรนกฎระเบียบด้านการลงทุน รวมทั้งปรับปรุงกระบวนการขอวีซ่าสำหรับนักลงทุนต่างชาติให้ง่ายและสะดวกขึ้น
       
รัฐบาลได้ถอนตัวจากกิจการทางธุรกิจ/ธุรกรรม ผ่านกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (privatization) การเปิดเสรี (liberalization) และผ่อนปรนกฎระเบียบ (deregulation) เพื่อให้ภาคเอกชนเป็นกลไกของการพัฒนาเศรษฐกิจของไนจีเรีย โดยภาครัฐมีหน้าที่ปฏิรูประบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ภาคพลังงานไฟฟ้า และให้ภาคเอกชนดำเนินงานด้านศุลกากรที่ท่าเรือ  พลังงาน
       
สำหรับภาคพลังงานไฟฟ้า รัฐบาลได้ดำเนินการ 2 ทาง ได้แก่ การเร่งซ่อมแซมโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน รวมทั้งระบบการส่งและการจ่ายกระแสไฟฟ้าในระยะสั้นด้วย และการตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านการดึงนักลงทุนต่างชาติ การก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ Mambilla และ Zungeruได้ช่วยเพิ่มกระแสไฟฟ้าขนาด 3,000 เม็กกะวัตต์ ขณะนี้ โครงการ The National Integrated Power Projects อยู่ระหว่างการก่อสร้างการวางสาย transmission lines ระยะทาง 4,000 กิโลเมตร ซึ่งจะมีสถานีย่อยอยู่เป็นระยะ นอกจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งประสบความสำเร็จในการสร้างความเข้มแข็งและน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนต่างชาติ อาทิ The Nigerian Regulatory Commission, The Bulk Trader และ The National Power Training Institute ส่งผลให้บริษัท General Electric ของสหรัฐฯ บริษัท Siemens ของเยอรมนี และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐฯ และจีน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoUs) เพื่อลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในไนจีเรีย
       
ด้านนอุตสาหกรรมปิโตรเลียม รัฐบาลได้ยกร่างแก้ไขร่างพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมปิโตรเลียม (The Petroleum Industry Bill (PIB)) แล้วเสร็จเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2555 และจะนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป ในขณะเดียวกัน คณะทำงานพิเศษ (Special Task Forces) ด้านธรรมาภิบาลและการควบคุมรายได้จากน้ำมันและการกลั่นน้ำมันแห่งชาติกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายในการตรวจสอบการทำงานของภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่กลั่นแล้วได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ตั้งแต่ไนจีเรียประกาศใช้ พ.ร.บ. Nigerian Content Development Act เมื่อปี 2553 ซึ่งกำหนดให้สัดส่วนการผลิตท่อลำเลียง ถังเก็บน้ำมันและบริการสนับสนุนด้านวิศวกรรมโดยบริษัทไนจีเรีย ส่งผลให้มีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันโดยใช้เงินลงทุนภายในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  นอกจากนั้น ยังมีเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาอีก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการเพิ่มสมรรถภาพและสร้างสถานีกักเก็บน้ำมัน ก่อให้เกิดการสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 120,000 ตำแหน่ง
       
ตั้งแต่มีการเปิดให้สัมปทานขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งทะเล Usan Deep Offshore Field  เมื่อเดือนเมษายน 2555 กำลังการผลิตน้ำดิบเพิ่มขึ้นอีก 180,000 บาร์เรลต่อวัน และโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศได้ปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิมร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 60  โดยคาดว่า จะเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันได้ถึงร้อยละ 90 ภายในปลายปี 2555 จากการซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน 3 แห่งที่ Port Harcourt, Warri และ Kadunaการสร้างงาน
       
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างงาน เฉพาะอย่างยิ่งการสร้างงานให้กับเยาวชนและสตรี โดยริเริ่มโครงการ Youth Enterprise with Innovation ในเดือนตุลาคม 2554 เพื่อให้สินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนไนจีเรียกว่า 1,200 คนได้รับประโยชน์จากเงินกู้ดังกล่าว ในขณะเดียวกัน รัฐบาล ก็ได้ดำเนินแผนงาน Public Works Women and Youth Empowerment Programme โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างงานแก่เยาวชนปีละ 370,000 งาน ซึ่งร้อยละ 30 เป็นงานที่จัดสรรสำหรับสตรีโดยเฉพาะศุลกากร   
       
ปรับปรุงกระบวนการและขั้นตอนด้านศุลกากรที่ท่าเรือให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ด้วยการลดจำนวนบริษัทที่ดำเนินการลงจาก 14 บริษัทเหลือเพียง 7 บริษัท และลดการใช้เวลาในการนำสินค้าออกจากท่าเรือจาก 1 เดือนเป็น 7 วัน และคาดหวังว่าในระยะยาว จะสามารถนำสินค้าออกได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมง โดยเป็นไปตามหลักปฏิบัติระหว่างประเทศที่ดี ปัจจุบัน เป็นครั้งแรกที่ท่าเรือเปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การเกษตร
       
รัฐบาลมีจุดมุ่งหมายที่จะปฏิรูประบบเศรษฐกิจไนจีเรียจากการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว (mono-modal economy) ให้มีภาคธุรกิจที่มีความหลากหลาย (diversified economy) โดยเล็งเห็นว่า ภาคเกษตรซึ่งคิดเป็นร้อยละ 40 ของผลผลิตมวลภายในประเทศ (Gross Domestic Product (GDP)) และร้อยละ 70 ของการจ้างงาน จะเป็นภาคธุรกิจสำคัญที่นอกจากจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความยากจนในชนบทแล้ว ยังจะช่วยสร้างงานและนำรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจึงเปลี่ยนทัศนคติจากการมองภาคเกษตรว่าเป็นเรื่องของการพัฒนาเป็นภาคธุรกิจที่จะสร้างงานให้แก่เยาวชนเป็นล้านๆ คน และสร้างการพึ่งพาตนเองด้านอาหารได้ภายในปี 2558  ทั้งนี้ ในแต่ละปี ไนจีเรียนำเข้าอาหาร ได้แก่ แป้งสาลี ข้าว น้ำตาล และปลา มูลค่ารวม 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างความหลากหลายของภาคธุรกิจครอบคลุมการยกเลิกนโยบายการอุดหนุนปุ๋ยที่ใช้มากว่า 15 ปี เนื่องจากชาวนาเพียงร้อยละ 10 ได้รับประโยชน์ การเร่งสร้างโรงสีข้าวคุณภาพสูงภายใน ประเทศจำนวน 100 โรง

 

 

นโยบายเพิ่มผลผลิตและคุณค่าของมันสำปะหลัง (cassava) ซึ่งไนจีเรียจะส่งออก dried cassava chips จำนวน 1 ล้านเมตริกตันไปยังจีนภายในปลายปี 2555 นำรายได้เข้าประเทศถึง 136 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การฟื้นฟูการผลิตโกโก้ โดยการแจกพันธุ์โกโก้ที่ให้ผลผลิตสูงจำนวน 3.6 ล้านฝัก (pods) แก่ชาวนาทั่วทุกรัฐ  ที่ปลูกโกโก้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  รวมทั้งการฟื้นฟูการผลิตฝ้ายในภาคเหนือของไนจีเรีย โดยการให้เมล็ดพันธุ์ฝ้ายแก่ชาวไร่ฝ้ายโยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป้าหมายสูงสุด คือ การผลิตอาหารเพื่อบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 20 ล้านเม็ตริกตัน และสร้างงานจำนวน 3.5 ล้านตำแหน่ง   ทั้งนี้ ประธานาธิบดีได้สั่งการให้จัดเสริฟข้าวและขนมปังจากมันสำปะหลังที่ปลูกได้ภายในประเทศเท่านั้นในทุกงานเลี้ยงของภาครัฐ และในทำเนียบประธานาธิบดีจะบริโภคเฉพาะข้าวไนจีเรียและขนมปังจากมันสำปะหลังของไนจีเรียเท่านั้น

 

*********************

ภาพประกอบบทความจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Economy_of_Nigeria



Add this page to your favorite Social Bookmarking websites
 

หน้าแรก

สถานเอกอัครราชทูต

ข่าว

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ

บริการคนไทย

เปิดประตูสู่ไนจีเรีย

เปิดประตูสู่กานา

เชื่อมโยงเว็บไซด์

ติดต่อ

ติดต่อสถานทูต

Royal Thai Embassy
24 Tennesse Crescent,
Off Panama Street,
Maitama,
Abjua, Nigeria

Working hrs:
8.30 AM -16.30 PM.

Visa working hrs:
Submit application

Mon-Fri 9.00-12.00
Collection of Visa
Mon-Fri 14.00-15.00

Email:thaiabj@mfa.go.th
or ditpabuja@gmail.com
Consular Section Tel.
(+234)  706 308 0403
(234) 7067 4558 

Chancery Tel.
(+234)  706 308 0501

สายด่วนสำหรับคนไทย
โทร: 234 81 38980892

 วันหยุดของสถานเอกอัครราชทูต