Homeไนจีเรียบนเวทีโลกรัฐบาลไนจีเรียและแอฟริกาใต้ได้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไนจีเรีย – แอฟริกาใต้ 2555

รัฐบาลไนจีเรียและแอฟริกาใต้ได้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไนจีเรีย – แอฟริกาใต้ 2555

รัฐบาลไนจีเรียและแอฟริกาใต้ได้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไนจีเรีย – แอฟริกาใต้ ครั้งที่ 8 (The 8th Session of the Nigeria/South Africa Bi-National Commission (BNC)) ระหว่างวันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2555 ที่จัดขึ้น  ที่เมือง Cape Town แอฟริกาใต้ มีผลการประชุมที่สำคัญ ดังนี้ 

  

  1. การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไนจีเรีย – แอฟริกาใต้ ครั้งที่ 8 เป็นการประชุมระดับรองประธานาธิบดี โดยมีนาย Kgalema Motlanthe รองประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนแอฟริกาใต้ และนาย Mohammed Namadi Sambo รองประธานาธิบดีไนจีเรียเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไนจีเรีย คณะผู้แทนไนจีเรียประกอบด้วย นาย Chibuike Rotimi Amaechi ผู้ว่าการรัฐ River State    นาย Saidu Dakingari ผู้ว่าการรัฐ Kebbi State และรัฐมนตรีจาก 4 กระทรวง ได้แก่ นาย Olusegun Aganga รัฐมนตรีการค้าและการลงทุน นาย Mohammed Harilu รัฐมนตรีกลาโหม นาย Musa Sada รมต.เหมืองแร่และเหล็ก และเอกอัครราชทูต Olugbenga Ashiru รัฐมนตรีต่างประเทศ
     
  2. รองประธานาธิบดีไนจีเรียกล่าวว่าคณะกรรมาธิการ่วม BNC มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไนจีเรียและแอฟริกาใต้ใต้  ขณะนี้ รัฐบาลไนจีเรียได้พยายามอย่างมากในการแก้ไขปัญหาด้านถนนและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานภายในประเทศ โดยลงทุนจำนวนมหาศาลในภาคพลังงาน การคมนาคมขนส่ง การเกษตร การผลิตกระแสไฟฟ้า การศึกษา สาธารณสุข และการพัฒนาเหมืองแร่ รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการเพิ่มความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของชาวไนจีเรียและนักลงทุนต่างชาติในไนจีเรีย และได้เชิญชวน    นักลงทุนแอฟริกาใต้ มาลงทุนในด้านการก่อสร้าง สาธารณูปโภค  การพัฒนาเหมืองแร่ การเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร  และการลงทุนในด้านน้ำมัน ก๊าซ และพลังงานในในจีเรีย ในขณะเดียวกัน รองประธานาธิบดีไนจีเรียเรียกร้องให้รัฐบาลแอฟริกาใต้ถอนมาตรการและกฎระเบียบที่กีดขวางไม่ให้ภาคเอกชนและนักธุรกิจไนจีเรียเข้าไปลงทุนและทำธุรกิจในแอฟริกาใต้ โดยย้ำว่า ประเทศแอฟริกาจะต้องทำธุรกิจและลงทุนในภาคศก.ของกันและกัน    ซึ่งจะเป็นหนทางสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน เพื่อป้องกันผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก (global economic shocks)
     
  3. รองประธานาธิบดีแอฟริกาใต้สนใจที่จะนำเข้าน้ำมันดิบจากไนจีเรีย เนื่องจากปัจจุบัน แอฟริกาใต้พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านคิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในสี่ของความต้องการบริโภคน้ำมันภายในประเทศ และสหรัฐฯ ได้ขู่ที่จะมีมาตรการลงโทษประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านภายในปลายเดือนพฤษภาคม 2555 ทั้งนี้ บริษัท PetroSA และภาคเอกชนของแอฟริกาใต้จะเป็นผู้เจรจาเรื่องความตกลงซื้อน้ำมันดิบจากไนจีเรีย 
     
  4. หัวหน้าคณะผู้แทนของไนจีเรียและแอฟริกาใต้ รับทราบผลการประชุมของ Special Implementation Committee of the BNC ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤษภาคม 2555 เพื่อติดตามผลการทำงานของคณะทำงาน (Working Group) และกำหนดระยะเวลาของแผนงานความร่วมมือระหว่างไนจีเรียกับแอฟริกาใต้ใน 7 ด้าน ได้แก่ ความร่วมมือด้านการต่างประเทศ ความร่วมมือด้านการค้า อุตสาหกรรม และการเงิน ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ความร่วมมือด้านการเกษตร แหล่งทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือด้านแร่ธาตุและพลังงาน ความร่วมมือด้านรัฐวิสาหกิจและการก่อสร้างสาธารณูปโภค และความร่วมมือด้านสังคมและวิชาการ
     
  5. ทั้งสองฝ่ายลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือและการจัดการด้านศุลกากร (Agreement regarding Mutual Assistance and Customs Administration) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (MoU on Economic and Technical Cooperation) และแผนงานผลักดันความตกลงทวิภาคีและประเด็นอื่นๆ ที่เห็นพ้องกันในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม BNC ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีไนจีเรียได้กล่าววา รัฐบาลไนจีเรียได้ทบทวนระยะเวลาการให้วีซ่าเข้าไนจีเรียเป็นระหว่าง 1 – 3 ปี ให้แก่นักธุรกิจที่ตั้งใจจะมาประกอบธุรกิจและลงทุนในไนจีเรียอย่างแท้จริง

     
  6. รองประธานาธิบดี Motlanthe และรองประธานาธิบดี Sambo เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหภาพแอฟริกาและองค์กรในภูมิภาค เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง ประชาธิปไตย และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคแอฟริกา และเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนความพยายามของสหภาพแอฟริกาในการแก้ไขวิกฤติด้านการเมืองและสังคมในภูมิภาค
     
  7. ที่ประชุมฯ ย้ำถึงความจำเป็นที่จะมีการปฏิรูประบบสหประชาชาติ โดยเฉพาะคณะมนตรีความมั่นคง และเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง a new World Economic Order ซึ่งให้ความสำคัญกับความต้องการของประเทศยากจนเพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่ห่างไกลกันมากขึ้นเรื่อยๆ
         
     

ข้อมูลเพิ่มเติม

  1. ไนจีเรียและแอฟริกาใต้มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์มานาน ไนจีเรียเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญที่สนับสนุนการต่อสู้ของพรรค African National Congress (ANC) และขบวนการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวผิวดำในแอฟริกาใต้ในยุค Apartheid era ทั้งสองประเทศได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการ BNC และจัดประชุมครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2542
     
  2. แอฟริกาใต้และไนจีเรียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับหนึ่งและสองในภูมิภาคแอฟริกา มีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูง โดยในปี พ.ศ. 2554 ไนจีเรียส่งออกสินค้ามูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังแอฟริกาใต้ ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น โกโก้ ยางพารา ในขณะที่แอฟริกาใต้ส่งออกสินค้ามายังไนจีเรียมูลค่า 747 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ บริษัทของแอฟริกาใต้กว่า 100 บริษัทลงทุนและทำธุรกิจในไนจีเรีย อาทิ MTN (Mobile Operator) ซึ่งมีเครือข่ายสมาชิกถึง 42 ล้านคน Multichoice (ธุรกิจ Cable TV) บริษัท Oando และบริษัท Chevron/Saso (น้ำมัน) สายการบิน South African Airways  บริษัท Safmarine (ธุรกิจขนส่งทางเรือ) Stanbic (ธนาคาร) Protea Hotels ร้านอาหาร fast foods บริษัทโฆษณา ก่อสร้าง ไฟฟ้า วิศวกรรมน้ำ และจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ  ในขณะที่บริษัทไนจีเรียที่ลงทุนใแอฟริกาใต้มีจำนวนน้อย ได้แก่ Dangote group (ผลิตซีเมนต์) ธนาคาร First Bank ธนาคาร Union Bank หนังสือพิมพ์ ThisDay และนิตยสารด้านการเงินและธุรกิจ
     
  3. ความสัมพันธ์ระหว่างไนจีเรียและแอฟริกาใต้ในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมามีความห่างเหิน โดยเห็นได้จากการประชุม BNC ครั้งที่ 7 ที่จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 กอปรกับมีชาวไนจีเรียเดินทางเข้าไปในแอฟริกาใต้เพื่อก่ออาชญากรรม (organized crime groups) และส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้ายาเสพติด อีกทั้งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศมีความขัดแย้งกรณีที่แอฟริกาใต้ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารชาวไนจีเรีย 125 คนเดินทางเข้าประเทศ โดยอ้างว่าชาวไนจีเรียเหล่านั้นถือใบฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลืองปลอม และหนึ่งในจำนวนนั้น เป็นวุฒิสมาชิกของไนจีเรียซึ่งถูกกักตัวไว้ที่ด่านกักกันโรคที่สนามบินแอฟริกาใต้นานถึง 48 ชั่วโมง นอกจากนั้น ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไนจีเรียได้ตอบโต้โดยส่งผู้โดยสารชาวแอฟริกาใต้ที่เดินทางมาถึงไนจีเรียโดยสายการบินแอฟริกาใต้กลับประเทศจำนวน 28 ราย
     
  4. การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ ในครั้งนี้ จึงมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้น (resuscitate bilateral relations) ซึ่งประธานาธิบดีไนจีเรียได้กำชับเรื่องนี้กับรองประธานาธิบดีSambo อย่างไรก็ดี ที่ประชุมฯ ไม่สามารถบรรลุความคาดหวังของฝ่ายไนจีเรียที่จะผลักดันให้ทั้งสองประเทศอนุญาตให้นักการทูตและผู้ถือหนังสือเดินทางราชการเข้าประเทศของกันและกันได้โดยเสรี รวมทั้งเปิดการเจรจาด้านความตกลงทางการบินครั้งใหม่เพื่อเพิ่มเที่ยวบินและเส้นทางการบินระหว่างไนจีเรียกับแอฟริกาใต้

     

ขอบคุณภาพจาก thepresidency.gov.za

  

 

 

 

 

หน้าแรก

สถานเอกอัครราชทูต

ข่าว

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ

บริการคนไทย

เปิดประตูสู่ไนจีเรีย

ไนจีเรียบนเวทีโลก

เชื่อมโยงเว็บไซด์

ติดต่อ

ติดต่อสถานทูต

Royal Thai Embassy
24 Tennesse Crescent,
Off Panama Street,
Maitama,
Abjua, Nigeria

Working hrs:
8.30 AM -16.30 PM.

Visa working hrs:
Submit application

Mon-Fri 9.00-12.00
Collection of Visa
Mon-Fri 14.00-15.00

Email:thaiabj@mfa.go.th
or ditpabuja@gmail.com
Consular Section Tel.
(+234)  706 308 0403
(234) 7067 4558 

Chancery Tel.
(+234)  706 308 0501

สายด่วนสำหรับคนไทย
โทร: 234 81 38980892

 วันหยุดของสถานเอกอัครราชทูต

 

ไนจีเรียบนเวทีโลก