Homeไนจีเรียบนเวทีโลกผลการประชุมของคณะทำงานของคณะกรรมาธิการร่วมสหรัฐ – ไนจีเรีย 4 ด้าน

ผลการประชุมของคณะทำงานของคณะกรรมาธิการร่วมสหรัฐ – ไนจีเรีย 4 ด้าน

รัฐบาลสหรัฐฯ กับไนจีเรียได้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมสหรัฐฯ - ไนจีเรีย ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 4 – 5 มิถุนายน 2555  จัดขึ้นที่สถาบัน The United States Institute of Peace (USIP) กรุงวอชิงตัน ผลการประชุมของคณะทำงานของคณะกรรมาธิการร่วมสหรัฐ – ไนจีเรีย 4 ด้านดังมีรายละเอียดังนี้

 

  1. ด้าน Good Governance, Transparency and Integrity (GTI)
    1. สหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลไนจีเรียและคณะกรรมาธิการเลือกตั้งอิสระแห่ง ชาติ (INEC) เป็นจำนวนเงิน 31.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกระบวนการการจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีไนจีเรียเมื่อเดือนเมษายน 2554 ร่วมกับสหราชอาณาจักร  มีความน่าเชื่อถือตามครรลองประชาธิปไตย และจะยังคงให้การสนับสนุนไนจีเรียในการจัดการเลือกตั้งในปี 2558 โดยเน้นให้ภาคประชาชน (civil society) มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
    2. สหรัฐฯ จะช่วยไนจีเรียในการสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ก่ออาชญากรรมทางการเงินและการฉ้อราษฎร์บังหลวง
    3. สหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มความสมรรถภาพของกองกำลังตำรวจของไนจีเรียในการควบคุมและสืบสวน คดีร้ายแรง โดยคำนึงถึงการปกป้องสิทธิมนุษยชนด้วย
    4. สหรัฐฯ จะสนับสนุนหน่วยงาน National Drug and Law Enforcement Agency ของไนจีเรียในการแก้ปัญหาการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ และอาชญากรรมที่เกิดขึ้นควบคู่กัน
    5. สหรัฐฯ จะให้คำแนะนำเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่สถาบันนิติบัญญัติของไนจีเรียที่รับผิด ชอบการกำจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการปฏิรูปตำรว
    6. ทั้งสองประเทศจะร่วมกันพัฒนาองค์กรภาคสังคมให้สามารถตรวจสอบการทำงานของภาครัฐในการปฏิบัติตามกฎหมาย
    7. สหรัฐฯ และไนจีเรียจะร่วมกันสร้างระบบ National Identity Management System ของไนจีเรียที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงและการตรวจสอบรูปลักษณ์สัณฐานบุคคล

       
  2. ด้าน Energy and Investment
    1. มูลค่าการลงทุนของสหรัฐฯ (foreign direct investment) ในไนจีเรียปีละ 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ไนจีเรียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 5 ให้แก่สหรัฐฯ 
    2. ภาคเอกชนสหรัฐฯ จะลงทุนด้านพลังงาน วางระบบการผลิตกระแสไฟฟ้า และส่งเสริมการใช้แหล่งพลังงานที่สะอาดเป็นผลดีกับสิ่งแวดล้อมในไนจีเรีย
    3. ไนจีเรียจะพยายามลดขั้นตอนและกระบวนการในการนำสินค้าออกจากท่าเรือภายในเวลา 7 วัน และจะพิจารณาข้อกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับข้อห้ามไม่ให้มีการส่งออกเครื่องมือและอุปกรณ์ให้บริการอุตสาหกรรม น้ำมันอีกครั้ง (a ban on re-exporting oil services equipment)
       
  3. ด้าน Food Security and Agriculture
    1. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือไนจีเรียในด้านการเกษตร สนับสนุนการปฏิรูป การถ่ายทอดเทคโนโลยี  และความมีส่วนร่วมของภาคเอกชนซึ่งจะเป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจด้านการเกษตร โดยต้องการเห็นไนจีเรียเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าทางการเกษตรในภูมิภาค
    2. โครงการ MARKETS ของ USAID  มีจุดมุ่งหมายให้การสนับสนุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยภายในระยะเวลา 12 ปี
    3. รัฐ Taraba ของไนจีเรียได้ลงนามความตกลงกับบริษัท Dominion Rice Integrated Farms ของสหรัฐฯ เพิ่มผลผลิตข้าว จะช่วยลดการนำเข้าข้าวของไนจีเรียร้อยละ 15 และสร้างงานวันละ 15,000 งาน
    4. รัฐบาลไนจีเรียจะจัดสรรงบประมาณประจำปีอย่างน้อยร้อยละ 10 ให้แก่ภาคเกษตร เพื่อสร้างอัตราการเติบโตของภาคเกษตรอย่างน้อยร้อยละ 6 ต่อปี
    5. สหรัฐฯ และไนจีเรียวางแผนที่จะทบทวนบทบาทของสหรัฐฯ ในด้านประปา การทดน้ำเพื่อการเกษตร การสร้างเขื่อน และผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำในไนจีเรีย
       
  4. ด้าน Regional Security Cooperation
    1. ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันเพิ่มความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของกองกำลัง ทหารและตำรวจของไนจีเรียแก่ประชาชนในการตอบโต้กับความรุนแรงได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เหมาะสม และเป็นมืออาชีพ
    2. ตระหนักว่า การดำเนินงานด้านความมั่นคงควรจะอยู่ภายใต้กรอบความพยายามของรัฐบาลไนจีเรีย ที่จะตอบสนองต่อข้อกังวลด้านเศรษฐกิจและการเมืองของประชาชน
    3. ตกลงกันที่จะจัดตั้ง an intelligence fusion center เพื่อประสานงานการเก็บข้อมูลด้านความมั่นคง การวิเคราะห์และกระจายข้อมูล
    4. สำหรับคณะทำงานด้าน Niger Delta จะมีการประชุมกันภายในกลางถึงปลายปี 2555

       

ข้อมูลเพิ่มเติม
สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับกระบวนการประชาธิปไตย การส่งเสริมธรรมาภิบาล ความถูกต้องชอบธรรม และความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานนิติบัญญัติ คณะกรรมาธิการเลือกตั้งอิสระ และบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชาชน (civil society) ในไนจีเรียตลอดมา และมีเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัญหาในระบบที่สั่งสมมานาน รวมทั้งการฉ้อราษฎร์บังหลวงซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาทางการเมืองและ เศรษฐกิจในไนจีเรีย
 

การจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมสหรัฐฯ – ไนจีเรีย ครั้งที่ 7 จัดขึ้นที่ The United States Institute of Peace (USIP) ซึ่งเป็นสถาบันของสหรัฐฯ ที่ทำงานร่วมกับองค์กรท้องถิ่นของไนจีเรียเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ในการส่งเสริมสันติภาพระหว่างชาวคริสต์และชาวมุสลิมในรัฐ Plateau และ       รัฐ Kaduna นอกจากนี้ สถาบัน USIP ยังมีบทบาทสำคัญในการฝึกอบรมด้าน conflict resolution ในบริเวณ Niger Delta โดยช่วยให้  กลุ่มโจรในอดีตได้กลับเข้าสู่สังคมอยู่ร่วมกับชาวไนจีเรียใน Delta ได้หลังจากที่รัฐบาลได้ให้นิรโทษกรรมแล้ว รวมทั้งให้การฝึกอบรมแก่ทหารไนจีเรียก่อนที่จะเข้าร่วมรักษาสันติภาพกับกอง กำลังของสหประชาชาติและสหภาพแอฟริกาในประเทศต่างๆ

รัฐบาลไนจีเรียมีความหวังว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนให้บริษัทเอกชนจำนวนมากมาลงทุนในภาคเกษตรของไนจีเรีย โดยเห็นได้จากการที่นาย Akinwunmi Adesina รัฐมนตรีเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติไนจีเรียได้พบกับธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าของสหรัฐฯ เมื่อเดือนเมษายน 2555 และทางการสหรัฐฯ ก็แสดงความตั้งใจที่จะช่วยผลักดัน Transformation Agenda ของประธานาธิบดีไนจีเรีย สำหรับภาคเกษตร ไม่เพียงแต่จะช่วยในการสร้างความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น แต่จะช่วยให้ไนจีเรียกลายเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรในอนาคตด้วย

หลายฝ่ายจับตาดูว่า การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ ในครั้งนี้ จะมีการหารือถึงประเด็นที่สหรัฐฯ จะนำกลุ่ม Boko Haram ขึ้นอยู่ในรายชื่อองค์การก่อการร้ายต่างชาติ (foreign terrorist organization (FTO)) หรือไม่ ซึ่งนาย Johnnie Carson ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงหารือเรื่องนี้และยังไม่มีการตัดสินใจ ประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลให้แก่ทางการไนจีเรียเป็นอย่างมาก เพราะการมีชื่อกลุ่มก่อการร้ายในรายการของรัฐบาลสหรัฐฯ  สหรัฐฯ จะดำเนินการค้นหาและโจมตีทางทหาร ซึ่งรวมถึงการใช้ drones และ unmanned weapons of mass destruction ในประเทศดังกล่าว ดังเช่นที่เกิดขึ้นในปากีสถาน โซมาเลีย และเยเมน     ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อาจทำให้ชาวไนจีเรียเสียชีวิตจากการโจมตี และชาวไนจีเรียที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ จะถูกปฏิบัติเป็นบุคคลที่มาจากประเทศกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ โดยจะต้องพิสูจน์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Boko Haram  นอกจากนี้ ยังจะเป็นผลเสียต่อความพยายามของรัฐบาลไนจีเรียในการส่งเสริมให้ภาคเอกชนของ สหรัฐฯ มาลงทุนในไนจีเรียด้วย

 

********************************
ภาพจาก http://www.usip.org/publications/us-nigeria-binational-commission-convenes-usip
 

 

  

 

 

 

 

หน้าแรก

สถานเอกอัครราชทูต

ข่าว

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ

บริการคนไทย

เปิดประตูสู่ไนจีเรีย

ไนจีเรียบนเวทีโลก

เชื่อมโยงเว็บไซด์

ติดต่อ

ติดต่อสถานทูต

Royal Thai Embassy
24 Tennesse Crescent,
Off Panama Street,
Maitama,
Abjua, Nigeria

Working hrs:
8.30 AM -16.30 PM.

Visa working hrs:
Submit application

Mon-Fri 9.00-12.00
Collection of Visa
Mon-Fri 14.00-15.00

Email:thaiabj@mfa.go.th
or ditpabuja@gmail.com
Consular Section Tel.
(+234)  706 308 0403
(234) 7067 4558 

Chancery Tel.
(+234)  706 308 0501

สายด่วนสำหรับคนไทย
โทร: 234 81 38980892

 วันหยุดของสถานเอกอัครราชทูต

 

ไนจีเรียบนเวทีโลก