Menu
  • ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับไนจีเรีย
  • จำนวนประชากร190,632,261(2560)
  • เชื้อชาติ ประกอบด้วยชนเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ประมาณ 250 เผ่า ที่สำคัญคือ Hausa และ Fulani (ร้อยละ 29) Yoruba  (ร้อยละ 21) และ Ibo (ร้อยละ 18)
  • ภาษา ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ภาษาพื้นเมืองที่สำคัญ คือ Hausa Yoruba Ibo และ Fulani
  • ศาสนา ประชากรร้อยละ 50 นับถือศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือ และร้อยละ 40 นับถือศาสนาคริสต์ ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคใต้และนครลากอส นอกนั้นเป็นลัทธิดั้งเดิมของชนเผ่าต่าง ๆ ประมาณร้อยละ 10

  • การเมืองการปกครอง
  • รูปแบบการปกครอง แบบสาธารณรัฐโดยประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และผู้นำรัฐบาล
  • ประมุขแห่งรัฐ นาย Muhammadu Buhariเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีไนจีเรีย เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558
  • รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Geoffrey Onyeamaเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน พฤศจิกายน2558
  • ฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และผู้นำรัฐบาล ทั้งนี้ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง โดยอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อวันที่ 28-29 มีนาคม 2558 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีตามระบอบประชาธิปไตยเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ปี 2542
  • ฝ่ายนิติบัญญัติ มีรัฐสภาซึ่งประกอบด้วยวุฒิสภา (Senate) ซึ่งมีสมาชิก 109 คน จากรัฐต่าง ๆ ทั้งหมด 36 รัฐ ๆ ละ 3 คน และอีก 1 คนจากเขตเมืองหลวงของสหพันธ์กรุงอาบูจา (Abuja Federal Capital Territory) โดยสมาชิกวุฒิสภาจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีสมาชิก 360 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี
  • ฝ่ายตุลาการ มีศาลสูง ศาลอุทธรณ์ของสหพันธ์ นอกจากนี้ รัฐทางตอนเหนือของประเทศซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จะมีศาลตามกฎหมายอิสลามด้วย
  • วันชาติ วันที่ 1 ตุลาคม (เป็นวันที่ได้รับเอกราชเมื่อปี พ.ศ. 2503)

    เศรษฐกิจ
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)406 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2559)
  • รายได้ประชาชาติต่อหัว (GDP per capita)5,900 ดอลลาร์สหรัฐ (2559)
  • การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 0.55 (กันยายน 2560)
  • อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 16.01 (สิงหาคม 2560)
  • ส่งออก 33.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2559) นำเข้า 36.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2559)
  • สินค้าส่งออกที่สำคัญ ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (ร้อยละ 95) โกโก้ และยางพารา
  • สินค้านำเข้าที่สำคัญ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม และอาหาร
  • สกุลเงิน ไนรา (naira)

    ข้อมูล ณ 17 ต.ค. 2560



  •  

     

    0
    0
    0
    s2smodern

    ไนจีเรีย ดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบเป็นกลาง แต่ค่อนข้างเอนเอียงไปทางประเทศตะวันตก และให้ความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกาด้วยดี โดยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและความสำคัญในวงการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาค แอฟริกา ทั้งนี้ กองกำลังรักษาสันติภาพ (ECOMOG) ของประชาคมเศรษฐกิจในแอฟริกาตะวันตก (Economic Community of West African States - ECOWAS) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารของไนจีเรียได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพให้เกิด ขึ้นในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก นอกจากนั้น ไนจีเรียยังมีบทบาทสูงในองค์กรเอกภาพแอฟริกา (OAU)

    0
    0
    0
    s2smodern

     

    ประเทศไทยและไนจีเรียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2505 และในปีต่อมา ฝ่ายไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต และแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำที่กรุงลากอส นับเป็นสถานเอกอัครราชทูตแห่งแรกของไทยในทวีปแอฟริกา อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลากอส เป็นการชั่วคราว เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณและความปลอดภัย ในปี 2542 ฝ่ายไทยได้แต่งตั้งให้ Dr. Folarin Gbadebo – Smith เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียที่เมืองลากอส

    เมื่อ วันที่ 18 กรกฎาคม 2549 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลากอสเป็นการถาวร และมีมติให้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา ทั้งยังได้แต่งตั้งนาย ศิริวัฒน์ สุทธิเกษม เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทย (Roving Ambassador)และสถานเอกอัคราชทูตเริ่มเปิดดำเนินการในเดือนธันวาคม 2549 โดยมีอุปทูตรักษาการ

    สำหรับฝ่ายไนจีเรียเคยมอบหมายให้สถานเอกอัคร ราชทูตไนจีเรียประจำสาธารณรัฐฟิลิปปินส์มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยด้วย ต่อมา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2543 ไนจีเรียได้เปิดสถานเอกอัคร-ราชทูตที่กรุงเทพฯ และแต่งตั้ง H.E. Prince Ademola Olugbade Aderele เป็นเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทยคนแรก และขณะนี้ได้มีเอกอัครราชทูตคนที่สอง คือ นาย Thompson Sunday Olufunso Olumoko (ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2547) โดยทั่วไปความสัมพันธ์ระหว่างไทยและไนจีเรียดำเนินมาด้วยความราบรื่น

    ด้านเศรษฐกิจ
    ปริมาณ การค้าไทย – ไนจีเรียมีมากเป็นอันดับที่สองในภูมิภาคแอฟริกา รองจากแอฟริกาใต้ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด ในปี 2549 ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน สินค้าที่ไทยส่งออกไปไนจีเรียที่สำคัญ ได้แก่ 1) ข้าว 2) เม็ดพลาสติก 3) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 4) ผลิตภัณฑ์ยาง 5) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบเครื่องจักรกล เป็นต้น สินค้าที่ไทยนำเข้าจากไนจีเรียที่สำคัญ ได้แก่ 1) น้ำมันดิบ 2) สินแร่โลหะอื่น ๆ และเศษโลหะ 3) เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ 4) ด้ายและเส้นใย 5) ไม้ซุง ไม้แปรรูป และไม้อื่นๆ เป็นต้น

    ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ
    ไทย กำหนดให้ไนจีเรียเป็นประเทศที่อยู่ในโครงการความช่วยเหลือของไทย (Thai Aid Programme) ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือในรูปทุนการศึกษา/ฝึกอบรมและดูงานในด้านการ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสาขาที่ไทยมีความชำนาญ และเป็นที่ต้องการของประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่ สาขาการเกษตร สาธารณสุขและการศึกษา ในปี 2536 มีบุคลากรไนจีเรียได้รับทุนเข้ารับการฝึกอบรมในประเทศไทย จำนวน 8 คน และในปี 2537 มีจำนวน 10 คน

    ความตกลงที่สำคัญกับประเทศไทย
    ไทย และไนจีเรียได้ลงนามในสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำความผิดและความร่วม มือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา (Treaty between the Government of Thailand and the Government of the Federal Republic of Nigeria on the Transfer of Offenders and Co-operation of Offenders and Co-operation in the Enforcement of Penal Sentences) เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2545 ซึ่งสนธิสัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2545 หลังจากทั้งสองฝ่ายให้สัตยาบัน

    การเยือนของผู้นำระดับสูง
    ฝ่ายไทย

    • วันที่ 30 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2546 นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ ผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรีได้นำคณะผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนเยือนไนจีเรีย โดยคณะเข้าพบประธานาธิบดี Obasanjo และมีการหารือถึงความร่วมมือหลายด้าน เช่น การกงสุล ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีการเกษตรและสาธารณสุข การปราบปรามยาเสพติด เป็นต้น
    • วันที่ 23-24 มีนาคม 2548 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทยนำคณะ นักธุรกิจไทยจำนวน 33 คนเยือนไนจีเรีย โดยได้ร่วม Business Forum ณ กรุงอาบูจา และได้เข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดี Obasanjo แห่งไนจีเรีย
    • วันที่ 14-16 มกราคม 2549 นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยือนไนจีเรีย
    • วันที่ 28 กันยายน - 1 ตุลาคม 2553 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนไนจีเรีย



    ฝ่ายไนจีเรีย

    • วันที่ 18 – 24 มิถุนายน 2547 Dr. Olusegun Agagu ผู้ว่าการรัฐ Ondo พร้อมคณะจำนวน 9 คน เดินทางมาดูงานเกี่ยวกับการปลูกข้าวและมันสำปะหลัง รวมทั้งการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย


     

    0
    0
    0
    s2smodern


    สภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไป


    ไนจีเรีย เป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการค้าน้ำมัน แต่การค้าน้ำมันของประเทศได้รับผลกระทบเป็นเวลานานจากความไร้เสถียรภาพทาง การเมือง การฉ้อราษฎร์บังหลวง และระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งประเทศยังอยู่ในช่วงของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจภายใต้การบริหารงานของ รัฐบาลชุดใหม่ ผู้นำรัฐบาลทหารชุดก่อน ๆ ประสบความล้มเหลวในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจจากการที่ต้องพึ่งพาแต่ภาคน้ำมัน ซึ่งเน้นการใช้เงินทุนเป็นสำคัญ โดยคิดเป็นร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ร้อยละ 95 ของรายได้จากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและประมาณร้อยละ 65 ของรายได้ทางด้านงบประมาณ ในขณะที่ภาคการเกษตรเติบโตไม่ทันกับจำนวนประชากรซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ไนจีเรียซึ่งเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ต้องกลายเป็นประเทศผู้ นำเข้าอาหาร ด้วยเหตุนี้ ไนจีเรียจึงจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ในเดือนสิงหาคม 2543 อีกทั้งได้รับการปรับโครงสร้างหนี้จากกลุ่ม Paris Club และได้รับเงินกู้จำนวน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และเมื่อเดือนธันวาคม 2548 กลุ่ม Paris Club ได้ยกหนี้สินจำนวนประมาณ 30 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากยอดหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของไนจีเรียเป็นมูลค่า 36 พันล้านเหรีญสหรัฐด้วย

    ทั้งนี้ ไนจีเรียได้เริ่มปฏิรูประบบเศรษฐกิจใหม่ภายหลังจากประธานาธิบดี Obasanjo ได้รับการเลือกตั้งในปี 2542 ภายใต้แผน National Economic Empowerment and Development Strategy (NEEDS) ซึ่งเน้น
    (1) การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เช่นกิจการโทรคมนาคม โรงกลั่นน้ำมันดิบ ธนาคาร โรงงาน ปิโตรเคมี และโรงแรม เป็นต้น
    (2) สร้างแหล่งรายได้อื่นนอกจากน้ำมัน โดยเฉพาะการเกษตร เกษตรแปรรูปอุตสาหกรรม และบริการ
    (3) ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยได้ยกเลิกข้อจำกัดในเร่องการถือหุ้นของชาวต่างชาติในบริษัทที่จดทะเบียน ในไนจีเรีย ยกเว้นบริษัทที่ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ การผลิตยาเสพติดและยาหลอนประสาท ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถโอนเงินปันผล หรือส่วนแบ่งกำไร การชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยที่กู้ยืมจากต่างประเทศ การโอนเงินและผลตอบแทนที่ได้จากการจำหน่ายหรือเลิกกิจการได้ ผ่านตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
    (4) มุ่งสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกับ ECOWAS ซึ่งมีข้อตกลงด้านอัตราภาษี (the Common External Tariff: CET) จำแนกพิกัดอัตราภาษีศุลกากรเป็น 5 ระดับ คือ 0, 5, 10, 20, 50 มีผลบังคับใช้เดือนตุลาคม 2548 อย่างไรก็ดี จากการที่ไนจีเรียต้องการปกป้องอุตสาหกรรมภายในเพื่อทดแทนการนำเข้าจึงได้นำ นโยบายอัตราภาษีศุลกากร ร้อยละ 50 ชั่วคราว และการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าบางรายการออกมาใช้ โดยจะมีการทบทวนนโยบายอัตราภาษีร้อยละ 50 อีกครั้งก่อนสิ้นปี 2550

    โครงสร้างทางเศรษฐกิจของไนจีเรียในปัจจุบัน ปรากฏดังนี้
    (1) ภาคเหมืองแร่ ซึ่งรวมถึงน้ำมัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45 ของโครงสร้างการผลิตทั้งหมด แต่มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 95 ของการส่งออก สร้างรายได้ให้ประเทศเท่ากับร้อยละ 20 ของ GDP และก่อให้เกิดการจ้างงานเพียงร้อยละ 5 ของการจ้างงานทั้งหมด
    (2) ภาคการเกษตร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26 ของโครงสร้างการผลิตทั้งหมด ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่าร้อยละ 70 ของการจ้างงานทั้งหมด
    (3) ภาคบริการ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24 และส่วนใหญ่ดำเนินการโดยรัฐ
    (4) ภาคอุตสาหกรรม เช่น ซีเมนต์ หนังสือพิมพ์ ประกอบรถยนต์ แปรรูปสินค้าเกษตรคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5 และจ้างงานร้อยละ 7 ของการจ้างงานทั้งหมด และส่วนใหญ่ยังควบคุมโดยรัฐ ทั้งนี้ ไนจีเรียนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมร้อยละ 53 เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งร้อยละ 17 เคมีภัณฑ์ ร้อยละ 15 และอาหารร้อยละ 12

     

    เรียบเรียงโดย กองแอฟริกา กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

    http://www.thaiafrica.net

    0
    0
    0
    s2smodern

     

    สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทย

    The Embassy of the Federal Republic of Nigeria
    412 Sukhumvit Soi 71
    Prakanong, Watthana,
    Bangkok 10110
    Tel. 0-2711-3076-8
    Fax. 0-2392-6398

    0
    0
    0
    s2smodern

     
     

     

    Menu

    Royal Thai Embassy
    24 Tennesse Crescent,
    Off Panama Street,
    Maitama,
    Abjua, Nigeria

    Working hrs:
    8.30 AM -16.30 PM.

    Visa working hrs:
    Submit application

    Mon-Fri 9.00-12.00
    Collection of Visa
    Mon-Fri 14.00-15.00

    Email:thaiabj@mfa.go.th
    or ditpabuja@gmail.com
    Consular Section Tel.
    (+234)  706 308 0403
    (234) 7067 4558 

    Chancery Tel.
    (+234)  706 308 0501

    Embassy Holiday

     

    Search

    Royal Thai Embassy, Abuja, Nigeria  Tel.(+234) 7067 4558 Consular Section   Tel.(+234)  706 308 0403      Chancery Tel.(+234)  706 308 0501